ภาษาไทยแก้ไข

การออกเสียงแก้ไข

การแบ่งพยางค์ชา
การแผลงเป็น
อักษรโรมัน
ไพบูลย์พับบลิชชิงchaa
ราชบัณฑิตยสภาcha
(มาตรฐาน) สัทอักษรสากล(คำอธิบาย)/t͡ɕʰaː˧/()
ไฟล์เสียง

รากศัพท์ 1แก้ไข

 
ชา (1)
 
ชาใบมันหรือชาปัตตาเวีย (4)

จากภาษาไทดั้งเดิม *ɟaːᴬ, จากภาษาจีนยุคกลาง (MC ɖˠa),ภาษาจ้วงแบบจั่วเจียง chazภาษาจ้วง caz

คำนามแก้ไข

ชา

  1. ชื่อไม้ต้นขนาดเล็กชนิด Camellia sinensis (L.) Kuntze ในวงศ์ Theaceae ขึ้นตามหุบเขาในเขตร้อน ใบใช้ชงเป็นเครื่องดื่ม, พายัพเรียก เมี่ยง
  2. เครื่องดื่มที่ชงจากใบชาดังกล่าว
  3. ใบไม้หรือดอกไม้แห้งที่ใช้ชงน้ำเป็นเครื่องดื่ม
    ชาดอกคำฝอย
    ชาใบหม่อน
    ชาตะไคร้
  4. ชื่อไม้พุ่มหลายชนิดในหลายวงศ์ ใบเล็ก ที่ใช้เป็นปลูกรั้ว เช่น ชาข่อย (Acalypha siamensis Oliv. ex Gage) ในวงศ์ Euphorbiaceae, ที่นิยมปลูกเป็นไม้ดัด คือ ชาฮกเกี้ยน [Carmona retusa (Vahl) Masam.] ในวงศ์ Boraginaceae และชาใบมัน (Malpighia coccigera L.) ในวงศ์ Malpighiaceae, ชาปัตตาเวีย ก็เรียก

ลูกคำแก้ไข

คำแปลภาษาอื่นแก้ไข

รากศัพท์ 2แก้ไข

คำนามแก้ไข

ชา

  1. (โบราณ) เรียกร้านหรือเรือที่ขายเครื่องหอมต่าง ๆ มีแป้งและน้ำหอมเป็นต้น

รากศัพท์ 3แก้ไข

จากภาษาเขมร ជា (ชา, เป็น; สบาย, ไม่ป่วยไข้) [เจีย]

คำกริยาแก้ไข

ชา (คำอาการนาม การชา)

  1. เป็น, ให้เป็น
    มนตร์ชากรุงชนะ (คำฉันท์ดุษฎีสังเวยกล่อมช้างของเก่า ฉบับหอพระสมุดวชิรญาณ พ.ศ. 2467)
  2. สบาย, ดี
    ลือชา

รากศัพท์ 4แก้ไข

คำกริยาแก้ไข

ชา (คำอาการนาม การชา)

  1. หมายไว้, กำหนดไว้, ใช้ประกอบกับคำ กฎ เป็น กำหนดกฎชา
    เอามีดสับชาไว้ที่ประมาณส่วนกลางลำอ้อยในการเล่นค่องอ้อย
  2. สังกัด
    แบ่งปันแผนกหมู่ชา (พระอัยการบานแพนก)

รากศัพท์ 5แก้ไข

คำคุณศัพท์แก้ไข

ชา (คำอาการนาม ความชา)

  1. อาการที่รู้สึกน้อยกว่าปรกติ เนื่องจากเส้นประสาทรับความรู้สึกถูกกด ถูกตัดขาด หรือถูกสารพิษ
    มือชา
    เท้าชา
  2. (โบราณ) เรียกปลาที่จวนจะตายอยู่แล้วว่า ปลาชา

ลูกคำแก้ไข

ภาษาอีสานแก้ไข

รากศัพท์แก้ไข

จากภาษาลาว ຊາ (ซา, เอาใจใส่, ว่ากล่าว, บอกสอน, กำกับ)

คำกริยาแก้ไข

ชา (อาการนาม การชา) (ซา)

  1. เอาใจใส่, ถือสา มักใช้ในความปฏิเสธ
    อย่าถือคนบ้า อย่าซาคนเมา

อ้างอิงแก้ไข

  • ราชบัณฑิตยสถาน. พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๕๔ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา ๗ รอบ ๕ ธันวาคม ๒๕๕๔. กรุงเทพฯ : ราชบัณฑิตยสถาน, 2556, หน้า 372.